ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) กำหนดให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องดำเนินการจัดการพลังงานตามที่กฎหมายกำหนดพร้อมทั้งจัดทำรายงานการจัดการพลังงานนำส่งให้กับ พพ. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยรายงานดังกล่าวต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ดังแสดงในภาพ


ภาพสรุปการดำเนินกิจกรรมของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมภายใต้พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550)


ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน หมายถึง ผู้มีอำนาจตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอันประกอบด้วย
  1. พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตร 47 แห่ง พรบ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550)
  2. ผู้ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามมาตรา 48/1 แห่ง พรบ.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550)

โดยในปัจจุบัน ทาง พพ. ได้มีการขึ้นทะเบียนและมอบใบอนุญาตให้กับผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน (ตามมาตรา 48/1) อย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบได้จากรายชื่อและการติดต่อผู้ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน
โดยตามข้อกำหนดกฎกระทรวงคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาต และการอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน พ.ศ.2555 ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานมีหน้าที่ในการ
  • ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน สอดคล้องกับความเป็นจริงของรายงานการจัดการพลังงานประจำปี
  • เสนอข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงวิธีการดำเนินการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่เข้าทำการตรวจสอบ
  • จัดทำรายการการตรวจสอบตามรูปแบบที่ พพ. กำหนด
  • จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน เพื่อนำส่งให้กับ พพ. พร้อมกับรายงานการจัดการพลังงานประจำปีของสถานประกอบการ
ซึ่งในการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมแต่ละแห่งผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานต้องเข้าดำเนินการ ณ สถานประกอบการ (โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม) เป็นทีมประกอบด้วยผู้ชำนาญการ อย่างน้อย 1 คน และผู้ช่วยผู้ชำนาญการอย่างน้อย 2 คน

ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดข้อมูลการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) ทั้งในส่วนของการพัฒนาระบบจัดการพลังงาน การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้จาก www.dede.go.th
แนวทางการประเมินผลประหยัดพลังงานตามหลักเกณฑ์ของโครงการ

ข้อกำหนดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการระบุให้ผู้ที่จะได้รับการสนับสนุนต้องมี “ผลการอนุรักษ์พลังงานจากการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานในรอบปี 2559 ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของปริมาณการใช้พลังงานรวม หรือมีผลประหยัดจากการดำเนินการมาตรการอนุรักษ์พลังงานไม่น้อยกว่า 300,000 เมกะจูล” ซึ่งมีวิธีการและตัวอย่างในการประเมินสัดส่วนผลการอนุรักษ์พลังงานตามที่ปรากฎในรายงานการจัดการพลังงาน ดังต่อไปนี้

นิยามของการใช้พลังงานรวม

ปริมาณการใช้พลังงานของสถานประกอบการทั้งหมด เช่น ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ปริมาณการใช้พลังงานความร้อน เป็นต้น ซึ่งเป็นการรวมปริมาณการใช้พลังงานย้อนหลัง จำนวน 12 เดือน ในรอบปี 2558 โดยแปลงเป็นค่าความร้อน (หน่วยเมกะจูล)


หมายเหตุ  พลังงานไฟฟ้า (MJ) = การใช้พลังงานไฟฟ้า (kWh) X 3.6 MJ/kWh


นิยามของผลประหยัดรวม

                ผลการอนุรักษ์พลังงานจากการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานในรอบปี 2559 ซึ่งคิดจากผลประหยัดจากมาตรการทั้งหมดที่ดำเนินการ โดยแปลงเป็นค่าความร้อน (หน่วยเมกะจูล) และจะต้องมีผลประหยัดในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของปริมาณการใช้พลังงานรวม หรือมีผลประหยัดจากการดำเนินการมาตรการอนุรักษ์พลังงานไม่น้อยกว่า 300,000 เมกะจูล


หมายเหตุ      - ผลประหยัดรวมด้านไฟฟ้า (kWh) X 3.6 MJ/k 
- ผลประหยัดรวมด้านความร้อน MJ

“ผลประหยัดของการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานรวมจะต้องลดลง 1.5% ของปริมาณการใช้พลังงานรวม หรือไม่น้อยกว่า 300,000 เมกะจูล”


ตัวอย่างการคำนวณผลประหยัดตามเกณฑ์

การใช้พลังงานของสถานประกอบการ (โรงงาน/อาคารควบคุม)
สมมุติข้อมูลการใช้พลังงานตามรายงานการจัดการพลังงานประจำปี พ.ศ.2558 ในหัวข้อ 4.2 ของรายงานการจัดการพลังงาน

ตารางที่ 4.1 ปริมาณการใช้พลังงานที่ใช้งานจริงในรอบปี 2558 รายเดือน


สรุปได้ว่าสถานประกอบการแห่งนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น 9,600,000 kWh และใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงรวม 72,000,000 MJ ในปี พ.ศ.2558 ซึ่งสามารถประเมินเป็นค่าการใช้พลังงานรวม ได้ดังนี้

  • การใช้ไฟฟ้า = 9,600,000 kWh x 6 MJ/kWh = 34,560,000 MJ
  • การใช้ความร้อน = 72,000,000 MJ
  • การใช้พลังงานรวม = 34,560,000 MJ + 72,000,000 MJ = 106,560,000 MJ

ผลประหยัดพลังงานจากมาตรการอนุรักษ์พลังงาน

สมมุติข้อมูลผลการติดตามการดำเนินการของมาตรการอนุรักษ์พลังงานตามรายงานการจัดการพลังงานประจำปี พ.ศ.2559 ในหัวข้อ 6.1 ตารางที่ 6.3 และ 6.4 ประกอบด้วยมาตรการด้านไฟฟ้าและความร้อนอย่างละ 1 มาตรการ รวมเป็น 2 มาตรการ ดังภาพ

ตารางที่ 6.3 ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
(สำหรับมาตรการด้านไฟฟ้า)



ตารางที่ 6.4 ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
(สำหรับมาตรการด้านความร้อน)

  • ผลประหยัดของมาตรการด้านไฟฟ้า

              = 180,000 kWh x 3.6 MJ/kWh

              = 648,000 MJ

  • ผลประหยัดของมาตรการด้านความร้อน

              = 20,000 kg x 50.23 MJ/kg

              = 1,004,600 MJ

  • ผลประหยัดพลังงานจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานรวม

              = 648,000 MJ + 1,004,600 MJ

              = 1,652,600 MJ   (ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีผลประหยัดจากการดำเนินการมาตรการอนุรักษ์พลังงานมากกว่า 300,000 MJ)


สัดส่วนการอนุรักษ์พลังงาน

              = ผลประหยัดพลังงานจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานรวม / การใช้พลังงานรวม

              = 1,652,600 MJ x 100% / 106,560,000 MJ

              = 1.55 % (ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีผลประหยัดจากการดำเนินการมาตรการอนุรักษ์พลังงานมากกว่าร้อยละ 1.5)