เกี่ยวกับ

เกี่ยวกับโครงการ

ที่มาของโครงการ

ตามที่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ.2552 และประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ.2552 ได้กำหนดให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องดำเนินการจัดการพลังงานทุกรอบปี และจัดส่งผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ทั้งนี้รายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องได้รับการตรวจสอบโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบกับ พพ.

          โดยในปี 2558 พพ. มีประกาศให้ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ เข้าดำเนินการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการพลังงานให้แก่โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมเอกชนที่มีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 3,350 กิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไป หรือใช้พลังงานรวมตั้งแต่ 60 ล้านเมกะจูลต่อปีขึ้นไป โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้สนับสนุนค่าตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในวงเงิน 40,000 บาทต่อแห่ง โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับการสนับสนุนค่าตรวจสอบฯ จะต้องส่งรายงานการจัดการพลังงานและรายงานการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานโดยผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ภายใน 31 มีนาคม 2559 และผลการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการพลังงานต้องมีผลสอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงในประเด็นหลัก อีกทั้งรายงานจะต้องมีมาตรการที่ได้ดำเนินการให้เกิดผลประหยัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของการใช้พลังงานรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายตามแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2559 มีผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 746 แห่ง

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมดำเนินการจัดการพลังงานตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเกิดผลประหยัดอย่างเป็นรูปธรรม
  2. เพื่อสนับสนุนค่าตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมที่ดำเนินการจัดการพลังงานตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและมีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมที่มีผลประหยัดเป็นไปตามแผนอนุรักษ์พลังงาน
  3. เพื่อเป็นการส่งเสริมการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ดำเนินการโดยผู้ได้รับอนุญาติตามที่กฎหมายกำหนด โดยใช้เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมอันจะก่อให้เกิดผลประหยัดที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป

สรุปหลักเกณฑ์และเงื่อนไข การขอรับการสนับสนุน

สรุปคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการขอรับการสนับสนุนตามที่ได้กำหนดไว้ใน “ประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการสมัครขอรับการสนับสนุนโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายปีงบประมาณ 2560” มีดังต่อไปนี้

คุณสมบัติ

ผู้ขอรับการสนับสนุน1

โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมภาคเอกชน ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกับ พพ. แล้ว และมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

‐  ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดรวมกันตั้งแต่ 2,000 kW หรือ 2,350 kVA ขึ้นไป

‐  ใช้พลังงานรวมทั้งหมดในรอบปีที่ผ่านมาเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 40 ล้านเมกะจูลขึ้นไป

‐  โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมดังกล่าว ต้องไม่เคยได้รับการสนับสนุนเงิน 40,000 บาทจากโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานการจัดการพลังงานตามกฎหมาย ปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา

หลักเกณฑ์การสนับสนุน2

‐  ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในรอบปี 2559 โดยผู้ได้รับใบอนุญาตฯ จาก พพ.

‐  ต้องส่งรายงานการจัดการพลังงาน และรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานรอบปี 2559 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560

‐  ต้องมีผลการอนุรักษ์พลังงานจากการจัดทำระบบการจัดการพลังงานรอบปี 2559 ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.5 ของปริมาณการใช้พลังงานรวม หรือมีผลการอนุรักษ์พลังงานจากการจัดทำระบบการจัดการพลังงานไม่น้อยกว่า 300,000 เมกะจูลต่อปี

‐  ผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานต้องไม่ได้รับผล “ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎกระทรวงฯและประกาศกระทรวงฯ ในประเด็นหลัก”

‐  ต้องยื่นใบสมัครขอรับการสนับสนุนภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560

วงเงินสนับสนุน

40,000 บาท/ราย


1
สามารถตรวจสอบประกาศรายชื่อโรงงานและอาคารควบคุมที่ต้องมีผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานได้ที่เว็บไซด์ www.dede.go.th

2ยึดถือตามผลการทวนสอบและพิจารณาของ พพ.เป็นที่สิ้นสุด

ขั้นตอนการขอรับการสนับสนุน
ขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนตามประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการสมัครขอรับการสนับสนุนของโครงการฯ มีดังต่อไปนี้


ภาพรวมขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนจากโครงการ


  1. ผู้ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนต้องดำเนินการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในรอบปี พ.ศ.2559 โดยผู้ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานจาก พพ. เพื่อใช้เอกสารในการยื่นแบบขอรับการสนับสนุนจากโครงการฯ ซึ่งประกอบไปด้วย
    • รายงานการจัดการพลังงานประจำปี พ.ศ.2559 พร้อมรายงานผลการตรวจสอบและรับรองดังกล่าวภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2560
    • เอกสารขอรับการสนับสนุนจะต้องจัดทำและยื่นเอกสารสมัครขอรับการสนับสนุนจากโครงการประกอบด้วย “แบบขอรับการสนับสนุนจากโครงการฯ และเอกสารประกอบการยื่นแบบขอรับการสนับสนุน” ให้กับ พพ. ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560
  2. พพ. พิจารณาผลการขอรับการสนับสนุนเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการสมัครขอรับการสนับสนุน โดยในส่วนของผู้ขอรับการสนับสนุนที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้น พพ. จะแจ้งผลการพิจารณาให้สถานประกอบการรับทราบ
  3. ผู้ขอรับการสนับสนุนที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น ต้องดำเนินการทำสัญญากับ พพ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  4. พพ. พิจารณาอนุมัติการสนับสนุน โดยคณะกรรมการพิจารณามาตรการอนุรักษ์พลังงาน และจะแจ้งผลการอนุมัติการสนับสนุนโครงการไปยังผู้ขอรับการสนับสนุน เพื่อให้จัดเตรียมเอกสารใช้สำหรับยื่นเอกสารขอเบิกเงินสนับสนุนภายใน เวลาที่กำหนด และจัดส่งให้แก่ พพ. ตรวจสอบต่อไป
  5. พพ. ตรวจสอบเอกสารการขอเบิกเงินสนับสนุนให้ครบถ้วนถูกต้อง หากตรวจพบเอกสารที่ไม่ถูกต้อง พพ. จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ขอรับการสนับสนุนแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง จึงจะดำเนินการอนุมัติจ่ายเงินสนับสนุน และแจ้งผู้ขอรับการสนับสนุนเพื่อรับเงินสนับสนุนต่อไป
การจัดทำเอกสารขอรับการสนับสนุน

(1) การกรอกแบบขอรับการสนับสนุน

ผู้ที่ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนจากโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมายต้องใช้แบบขอรับการสนับสนุนตามที่ปรากฎในภาคผนวก ก. โดยสามารถดาวน์โหลดแบบขอรับการสนับสนุนได้จาก www.emincentive2560.com  หรือขอรับแบบขอรับการสนับสนุนได้จาก พพ. โดยมีแนวทางและตัวอย่างการกรอกข้อมูลในแบบขอรับการสนับสนุนดังนี้

 
  1. วันที่ขอรับการสนับสนุนในส่วนนี้ให้ผู้ขอรับการสนับสนุนระบุวันที่ได้ทำการจัดทำและยื่นแบบขอรับการสนับสนุน
  2. ชื่อโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่จะขอรับการสนับสนุน
  3. ชื่อนิติบุคคลของผู้ขอรับการสนับสนุนพร้อมเลขทะเบียนนิติบุคคล
  4. ระบุสถานะการเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม
  5. ระบุเลขทะเบียน (TSIC-ID) ที่ได้รับจาก พพ.
  6. ที่อยู่ของสถานประกอบการที่จะขอรับการสนับสนุน
  7. ชื่อผู้ประสานงาน พร้อมตำแหน่ง และการติดต่อ
  8. ระบุวันที่นำส่งรายงานการจัดการพลังงานประจำปี พ.ศ.2559 ซึ่งผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยผู้ได้รับใบอนุญาตฯ จาก พพ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้อ้างอิงประกอบการสืบค้นตัวรายงานมาใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุน (ผู้ขอรับการสนับสนุนควรมีการนำส่งรายงานดังกล่าวมาก่อนหรือพร้อมกับใบสมัครขอรับการสนับสนุน)
  9. การลงนาม ในส่วนนี้ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องลงนามในแบบขอรับการสนับสนุนโดยผู้มีอำนาจในการลงนาม หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอำนาจในการลงนามในการทำข้อตกลงหรือสัญญาผูกพันสำหรับสถานประกอบการที่ขอรับการสนับสนุน พร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)


เอกสารประกอบการยื่นแบบขอรับการสนับสนุน

ในการยื่นแบบขอรับการสนับสนุนของโครงการผู้ขอรับการสนับสนุนต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้พร้อมทั้งรับรองสำเนาเอกสารทุกฉบับและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)

  1. สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล/หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ในใบสมัคร
    เพื่อใช้ยืนยันความถูกต้องของการระบุข้อมูลสถานประกอบการที่ขอรับการสนับสนุนและผู้มีอำนาจลงนามของสถานประกอบการ
  1. หลักฐานการจัดซื้อ/ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงานตามมาตรการที่ปรากฏในรายงานการจัดการพลังงานรอบปี 2559 (ถ้ามี):
    เป็นเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการว่าได้มีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่อ้างถึงในรายงานการจัดการพลังงานในช่วงปี พ.ศ.2559 จริง ซึ่งแม้ว่าไม่ได้เป็นข้อกำหนดของโครงการฯ ที่จะต้องนำส่งมาพร้อมกับแบบขอรับการสนับสนุนแต่หากผู้ขอรับการสนับสนุนสามารถนำส่งหลักฐานการดำเนินมาตรการมาพร้อมกับแบบขอรับการสนับสนุนได้ก็ช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาและลดภาระในการทวงถามหรือขอตรวจสอบเอกสารดังกล่าวในระหว่างกระบวนการทวนสอบในภายหลัง เช่น ใบกำกับภาษีเครื่องจักรอุปกรณ์ ภาพถ่ายการติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ เป็นต้น 
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) หรือในกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงนามแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทั้งผู้มอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) และผู้รับมอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)

กรณีที่มีการมอบอำนาจ ควรมีการมอบอำนาจให้ครอบคลุมการดำเนินการขอรับการสนับสนุนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ดังตัวอย่างในภาคผนวก ค. หากมีการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการครั้งเดียว ต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท และหากมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการหลายกิจกรรมและดำเนินการหลายครั้ง ต้องติดอากรแสตมป์ 30 บาท ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลผู้แทนของสถานประกอบการ สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆในโครงการ รวมถึงการทำสัญญา การเบิก หรือการรับเงินสนับสนุน จนแล้วเสร็จ สามารถมอบอำนาจนลักษณะอนุญาตให้เป็นตัวแทนในการดำเนินกิจกรรมหลายกิจกรรมและหลายครั้งจนจบกระบวนการได้

 

การยื่นเอกสารขอรับการสนับสนุน

            ผู้ขอรับการสนับสนุนสามารถยื่นเอกสารสมัครขอรับการสนับสนุนด้วยตนเองได้ที่  สำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน อาคาร 8 ชั้น 2
            หรือ ส่งไปรษณีย์มาที่ สำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน (โครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมาย) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เลขที่ 17 ถนนพระรามที่ 1 เชิงสะพานกษัตริย์ศึก แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

โดยผู้ขอรับการสนับสนุนควรมีการนำส่งเอกสารดังนี้

  1. รายงานการจัดการพลังงานประจำปี พ.ศ.2559 กำหนดส่งภายใน 31 มีนาคม 2560
  2. รายงานการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการพลังงานประจำปี 2559 กำหนดส่งภายใน 31 มีนาคม 2560
  3. ใบสมัครขอรับการสนับสนุน กำหนดส่งภายใน 31 พฤษภาคม 2560


(2) การทำสัญญาขอรับการสนับสนุน


ในกรณีที่ผู้ขอรับการสนับสนุนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณามาตรการแล้ว จะได้รับหนังสือแจ้งจาก พพ. ซึ่งจะต้องทำสัญญาขอรับการสนับสนุนกับ พพ. โดยมีรูปแบบสัญญาดังตัวอย่างแสดงในภาคผนวก ข.  ทั้งนี้ ผู้ขอรับการสนับสนุน จะได้รับเงินสนับสนุนก็ต่อเมื่อคณะกรรมการโครงการมีมติอนุมัติ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างสัญญาได้จาก www.emincentive2560.com 

การจัดเตรียมเอกสารประกอบการทำสัญญา

ผู้ได้รับการจัดสรรต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการทำสัญญาซึ่งเอกสารทั้งหมดต้องมีการลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) ดังต่อไปนี้

  • สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล/หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ทำสัญญาจำนวน 2 ชุด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม จำนวน 2 ชุด พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร หรือ ในกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงนามแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์ (30 บาท) และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) และผู้รับมอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) จำนวน 2 ชุด

(3) การเบิกเงินและรับเงินสนับสนุน

การเบิกเงินสนับสนุน

ผู้ได้รับจัดสรรจะต้องดำเนินการเบิกเงินภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญา ผู้ได้รับการจัดสรรต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการเบิกเงินสนับสนุนซึ่งเอกสารทั้งหมดต้องมีการลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี) ดังต่อไปนี้

  • หนังสือเบิกเงิน ดังแสดงตัวอย่างในภาคผนวก ง.
  • สำเนาสัญญาขอรับการสนับสนุน
  • สำเนาหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุน
  • สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล/หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่เบิกเงิน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม จำนวน 2 ชุด พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร หรือ ในกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงนามแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) และผู้รับมอบอำนาจ (พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง) จำนวน 2 ชุด
การรับเงินสนับสนุน

ผู้ได้รับจัดสรร จะต้องเตรียมเอกสารเพื่อรับเงินสนับสนุนที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานดังต่อไปนี้

  • ใบเสร็จรับเงิน
  • สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล/หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคลออกโดยหน่วยงานของรัฐ ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่รับเงินสนับสนุน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับเงินที่ระบุในหนังสือเบิกเงิน / กรณีมอบอำนาจให้แนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจด้วย
  • หนังสือมอบอำนาจ
คณะกรรมการโครงการ

เพื่อให้การพิจารณาให้การสนับสนุนกับผู้ขอรับการสนับสนุนในโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมาย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ  จึงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณามาตรการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

 

องค์ประกอบคณะกรรมการ

1. รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
  (รองอธิบดี เลขที่ 2)
ประธานคณะกรรมการ
2. ผู้อำนวยการสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงาน
   กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กรรมการ
3. ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย   กรรมการ
4. ผู้แทนสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เกียรติศักดิ์ รุ่นพระแสง
   สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
กรรมการ
6. นายโสภณ  มณีโชติ
   วิศวกรเครื่องกลชํานาญการพิเศษ
กรรมการและเลขานุการ
7. นายประกอบ  เอี่ยมสอาด
   วิศวกรเครื่องกลชํานาญการพิเศษ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ


หน้าที่ความรับผิดชอบ

  1. พิจารณาทบทวน ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการสมัครขอรับการสนับสนุน ในโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการ
    จัดการพลังงานตามกฎหมาย ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์
  2. พิจารณาสรุปผลการทวนสอบรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการ
    พลังงานและผลการตรวจสอบผลประหยัดพลังงานจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานของสถานประกอบการที่ขอรับการสนับสนุนในโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมาย
  3. ให้ความเห็นชอบผลการขอรับการสนับสนุนในโครงการส่งเสริมการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยกลไกการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎหมาย
  4. พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายหรือเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหรือข้อคิดเห็นเพื่อใช้ประกอบการดำเนินโครงการฯ
  5. 5. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่อธิบดีมอบหมาย